เรื่องที่คุณกำลังจะได้อ่านในวันนี้ คือ Doctor Diamond ใน Version ที่คุณยังไม่เคยรู้จัก

💎💎 เรื่องที่คุณกำลังจะได้อ่านในวันนี้ คือ Doctor Diamond ใน Version ที่คุณยังไม่เคยรู้จัก 💎💎

เป็นเรื่องเพชรไหม, ใช่, ยังเป็นเรื่องเพชรอยู่ แต่เป็นเพชรในอีกมิติหนึ่งที่คุณอาจจะยังไม่เคยนึกถึง

ถ้าคุณจะอ่านแล้วรู้สึกเหลือเชื่อ.. คุณหมอก็คิดว่าไม่ได้แปลกอะไร แต่ถ้าคุณไม่สบายใจที่จะอ่านต่อ เราก็ไม่มีการบังคับฝืนใจ

ก็อย่างที่บอกไปแล้วว่านี่คือ คุณหมอเพชรใน Version ที่ Real ที่สุด เป็นตัวจริงที่สุด

ถ้าคุณยังเลือกจะไปต่อด้วยกัน ทำความรู้จักคุณหมอในมุมใหม่ที่คุณยังไม่เคยรู้จัก

ก็ใช้นิ้วโป้งไถข้อความแล้วอ่านต่อได้เลยค่ะ

ผลลัพธ์หลังครอบครอง 30 วัน [เคสบุกเบิก Guardian Diamond #005]

สิ่งที่ลูกค้าต้องการ – ความสบายใจ และสุขภาพที่ดีของลูกสาววัย 10 ขวบ

ตั้งแต่ต้นปีแล้วคุณหมอเริ่มโปรเจคใหม่ชื่อ “Bwitching Diamonds” เป็นโปรเจคที่ Challenge ตัวเองมากๆ เพราะต้องเอาทุกอย่างที่สะสมมาทั้งชีวิตออกมาใช้

เรื่องเกี่ยวกับเพชรทั้งหมดที่เคยรู้มา
เรื่องของพลังงานทั้งหมดที่เคยเรียนมา
เรื่องการทำสมาธิทั้งหมดที่เคยฝึกมา

ที่ต้องใช้ทั้งหมดรวมกันก็เพราะตัวคุณหมอเองก็มาสายนี้ตั้งแต่เด็ก (ถึงจะไม่ค่อยได้พูดถึงเท่าไหร่) และก็มีความเชื่ออยู่ลึกๆมาตลอดว่า

“เพชรทุกเม็ดมีพลังงานและความพิเศษที่แตกต่างกัน”

หลายครั้งที่เอะใจเพราะ ลูกค้าซื้อเพชรไปแล้วชีวิตดี๊ดี การงาน การเงิน ความสัมพันธ์ ทุกอย่างดีขึ้น แต่ไม่แน่ใจว่ามันเป็นเพราะเพชรที่เราขายไปหรือเปล่าวะ

เราคิดไปเอง? หรือมันเป็นแบบนั้นจริง?

แอบทักไปคุยกับลูกค้าว่าทำอะไรมาหลังจากซื้อเพชรเราไป เขาก็บอกว่า ไม่ได้ทำอะไรเลย หลังจากได้เพชรไปทุกอย่างก็เกิดขึ้นเองแบบงงๆ

มันไม่ได้เกิดขึ้นกับลูกค้าทุกคน แต่ก็เกิดกับหลายคนมากๆจนคุณหมอเริ่มเอ๊ะ.. หรือว่าจะใช่ ก็เลยเริ่มศึกษาลึกขึ้นในทุกด้านที่น่าจะเกี่ยวข้อง

จนวันหนึ่งตอนที่นั่งทำงาน มันก็ปิ๊งแว๊บขึ้นว่า

“หรือเพชรแต่ละเม็ดจะมีเจ้าของที่แท้จริงของมัน ถ้าอยู่ในความครอบครองของคนที่ถูกต้อง ก็จะยิ่งเสริมอำนาจ วาสนา
บารมีให้เป็นทวีคูณ”

พอเห็นแบบนั้นก็เลยเริ่มค้นคว้า เริ่มต่อยอด เริ่มเดินสายคุย และลองทดสอบวิชาคนใกล้ตัวก่อนเป็นอันดับแรก

ถึงตอนนี้จะยังไม่มีเคสหวือหวามาก แต่อย่างน้อยก็มากพอที่จะมั่นใจว่ามันเป็นอย่างที่สันนิษฐานไว้ เพราะการใส่เพชรที่เหมาะกับตัวเอง มันสร้างความแตกต่างมากจริงๆ

>> เคสที่จะเล่าต่อไปนี้เป็นเคสของคนที่เพื่อนสนิทแนะนำมา <<

เป็นเรื่องของคุณเมย์ที่เป็นผู้จัดการฝ่ายการเงินของบริษัทแห่งหนึ่ง

คุณเมย์มีอาชีพการงานที่มั่นคง มีเพื่อนร่วมงานที่ดี มีเจ้านายที่รักและดูแลลูกน้องเป็นอย่างดี มีลูกสาวที่น่ารักร่าเริง และก็มีสามีที่ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมา

แต่แล้วจู่ๆความสัมพันธ์ก็เริ่มดิ่งลง…

ความที่คุณเมย์เป็นผู้หญิงเก่ง รายได้เธอจึงมากกว่าสามีพอสมควร ดังนั้นหน้าที่การจ่ายค่าเทอมโรงเรียนเอกชนหญิงล้วนของลูกสาวจึงตกเป็นของคุณเมย์ ซึ่งไม่ใช่ปัญหาอะไร

แต่มันไม่จบเท่านั้น ด้วยข้ออ้างที่บอกว่าคุณเมย์รายได้เยอะกว่า ทำให้หน้าที่การจ่ายทุกอย่างในบ้านตกเป็นของคุณเมย์ไปโดยปริยาย

ค่ากิน ค่าอยู่ และรวมไปถึงค่าผ่อนรถ ซึ่งสามีออกปากว่าอยากได้ ทุกเดือนด้วย…

ปัญหาควรจะจบใช่ไหม? ก็คุณเมย์แบกรับภาระค่าใช้จ่ายในบ้านนี่

ไม่เลยเพราะสามีที่เคยร่วมทุกข์ร่วมสุขมา ค่อยๆเปลี่ยนไปเป็นคนละคน

ทุกครั้งที่มีปัญหากัน เริ่มจากเรื่องเงินและงานที่คุณเมย์ทำ

ภายใต้หน้าตาที่ดูใจเย็นและเป็นมิตรกับทุกคน สิ่งที่คุณเมย์เจอกลับตรงกันข้าม

คุณเมย์กับลูกสาวโดนนำไปเปรียบเทียบกับลูกเมียคนอื่นเรื่อยๆ

เวลาไปในที่สาธารณะจะพูดจาเสียงดังเพื่อข่มคุณเมย์อยู่เป็นประจำ แม้จะขอร้องเท่าไหร่ก็ไม่ฟังและยืนยันว่าจะไม่ยอมเปลี่ยนแปลงตัวเอง จึงทำให้เริ่มทะเลาะกันอยู่บ่อยครั้ง

ความเจ้าอารมณ์ที่ทะเลาะกับคนในครอบครัวเพื่อเอาชนะ

ความเป็นพ่อที่บังคับให้ลูกทำตามสิ่งที่ตัวเองต้องการ โดยไม่ได้สนใจว่าสิ่งที่ลูกชอบและต้องการจริงๆคืออะไร

ความจริงมันอาจไม่ใช่เรื่องใหญ่ แต่เมื่อสะสมเข้าเรื่อยๆ มันก็ไม่ไหวเหมือนกัน

จุดลังเลของคุณเมย์คือ ลูกสาว…

ไม่อยากให้ลูกสาวกลายเป็น “ลูกไม่มีพ่อ”

คุณเมย์อดทนต่อเพื่อลูก แต่ไม่มีสักวันที่จะไม่ถามตัวเองว่า เราจะทนไปได้อีกนานแค่ไหน?

แล้วความอดทนก็เดินทางมาถึงขีดสุด เมื่อวันหนึ่งสามีเดินมาบอกคุณเมย์ว่า

“ผมจะลาออกจากงาน”

——————-

ใช่ค่ะ ผู้ชายคนนี้กำลังจะลาออกจากงาน โดยที่ไม่มีความคิดจะหางานใหม่

แม้ว่าจะพยายามพูดคุยขอร้องอธิบายเหตุผลเรื่องค่าใช้จ่ายทั้งหมด ไม่ว่าจะอ้อนวอนยังไง สามีก็ไม่เปลี่ยนใจ จนคุณเมย์ต้องกลับมาถามตัวเองใหม่ว่า

“นี่ชั้นต้องเลี้ยงผู้ชายคนนี้ด้วยเหรอ?”

จากเดิมที่ไม่ได้สนใจทำหน้าที่พ่อและสามีที่ดีอยู่แล้ว ตอนนี้กำลังจะลาออกมาอยู่บ้านเฉยๆซะงั้น

เช้าวันหนึ่งคุณเมย์ตัดสินใจเด็ดขาดและบอกตัวเองว่า

“ได้เวลาเลิกกับผู้ชายคนนี้ซะที”

——————-

หลังจากวันบอกเลิก คุณเมย์ต้องคอยพยายามรับมืออดีตสามีที่โทรมาตื๊อให้กลับไปคืนดี

แม้ครั้งนี้จะไม่ใช่ครั้งแรกที่บอกเลิก.. แต่นี่เป็นครั้งแรกที่คุณเมย์ตัดสินใจเด็ดขาดว่าจะไม่ย้อนกลับไปอีก

มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย เพราะช่วงวันแรกๆ อดีตสามีโทรมาตื๊อตลอดทำให้คุณเมย์ไม่สามารถโฟกัสเรื่องงานได้

เรื่องไปถึงเจ้านายของคุณเมย์ ซึ่งเป็นหนึ่งในบุคคลที่คุณเมย์รักและเคารพ

ด้วยความที่มันเป็นปัญหาเรื้อรังมานานอยู่แล้ว และเจ้านายก็รู้เกือบทุกครั้งที่มีปัญหาแรงๆ ทำให้เจ้านายค่อนข้างเข้าใจ

ครั้งนี้พอรับรู้ถึงการตัดสินใจของคุณเมย์ว่าจะไม่ย้อนกลับไปอีก เจ้านายของคุณเมย์บอกคุณเมย์ว่า

“พี่เห็นเมย์ลองวิธีทั่วไปมาหลายอย่างแล้วเนอะ ลองวิธีอื่นดูไหมล่ะ พอดีเพื่อนสนิทของพี่กำลังทำโปรเจคใหม่ เขามีความสามารถในการเลือกไอเทมให้เหมาะกับสถานการณ์ของเมย์ตอนนี้ มันจะช่วยเสริมพลังและป้องกันสิ่งใดๆก็ตามที่จะเข้ามาสร้างความกระทบกระเทือนใจเธอได้ เพราะพี่ก็มีของพี่ และมันก็ช่วยจริงๆ”

นั่นเป็นจุดเริ่มต้นที่คุณหมอได้คุยกับคุณเมย์ เพราะเพื่อนสนิทของคุณหมอยกหูต่อสายและเล่าทุกอย่างให้ฟัง จากนั้นก็ให้คุยกัน

หลังจากที่คุยจบ คุณหมอได้เลือก “Guardian Diamond” ให้คุณเมย์แบบกลางอากาศตอนคุยโทรศัพท์กันตรงนั้นเลย แล้วก็บอกเขาว่าเคสนี้เพชรทั่วไปไม่น่าเอาอยู่ ต้องเป็น “เพชรดิบ” ที่ยังไม่ผ่านการเจียเท่านั้น และเขาก็ตัดสินใจสั่งซื้อทันที อาจเพราะได้ฟังผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นกับเคสเจ้านายมาบ้างแล้ว (และโชคดีที่มีเพชรดิบอยู่พอดี)

ที่มันน่าตื่นเต้นคือ หลังจากวันที่คุณหมอนำ “Guardian Diamond” ไปส่งไม่กี่วัน (ใช้เวลาขึ้นเรือนนิดนึง) อดีตสามีที่ตามตื๊อขอคืนดีแบบจะเป็นจะตาย.. อยู่ๆก็เลิกโทรหาเธอไปเลยตั้งแต่วันนั้น

คุณเมย์เริ่มสบายใจมากขึ้น โฟกัสกับงานได้มากขึ้น และคิดว่าทุกอย่างน่าจะจบแล้ว

แต่หารู้ไม่ อดีตสามีที่ตอนนี้เข้าหาคุณเมย์ไม่ได้เลยไปเข้าทางลูกแทน..

——————-

“ถ้าหนูทำให้แม่กลับมาคืนดีกับพ่อไม่ได้..นั่นเป็นความผิดของหนู”

คือสิ่งที่ลูกสาววัย 10 ขวบเดินมาบอกคุณเมย์ว่าพ่อของเขาพูดแบบนั้น

เพียงหนึ่งสัปดาห์ จากเด็กหญิงอายุสิบขวบที่ร่าเริง ก็เริ่มพูดน้อยลงผิดหูผิดตา อาการซึมเศร้าปรากฏให้เห็นชัดขึ้นเรื่อยๆ จนที่สุดก็มีอาการเครียดถึงที่สุดจนตัวแข็งเกร็ง ใช้เวลาปลอบอยู่นานกว่าจะคลาย

คุณเมย์โทรหาคุณหมออีกรอบเพื่อขอให้ช่วยเลือก “Guardian Diamond” เพื่อให้มาเป็นเหมือนนางฟ้าประจำตัวคุ้มครองลูกสาวคนเดียว ซึ่งแน่นอน คุณหมอก็ทำเท่าที่ทำได้ เพราะวิชานี้จะได้ผลเป็นทวีคูณถ้าคนที่เข้ามามีความเชื่ออยู่แล้ว

และสิ่งมหัศจรรย์ก็เกิดขึ้นอีกครั้ง

หลังจากที่คุณเมย์รับจี้เพชรดิบ “Guardian Diamond” ไปใส่ให้ลูกสาว อยู่ๆอดีตสามีก็เลิกโทรและส่งข้อความมาหาคุณเมย์และลูกอีก นับตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้ก็ไม่ติดต่อตรงมาอีกเลย

แม้จะใช้ความพยายามแบบเดิมไปกดดันคนรอบข้าง แต่กับผู้ใหญ่ที่เข้าใจโลกย่อมรู้ดีว่าสิ่งไหนจริง สิ่งไหนไม่จริง ซึ่งก็ทำให้อดีตสามีไม่สามารถเข้าใกล้และทำความเดือดร้อนใจให้กับคุณเมย์และลูกสาวได้อีก

เป็นเวลาหนึ่งเดือนที่คุณเมย์รู้สึกโล่งเบา สบายใจขึ้น อยู่กับลูกอย่างมีความสุขมากขึ้น กลับมาทำงานได้อย่างมีสมาธิและมีประสิทธิภาพกว่าเดิม

มันคือ ความโล่งใจที่ไม่ได้สัมผัสมาหลายต่อหลายปีแล้ว

——————-

ช่วงนี้เป็นช่วงที่คุณหมอเปิด Session พิเศษเพื่อเลือก “Guardian Diamond” ให้กับคนใกล้ตัวอยู่ ยังมีอีกหลายเคสที่จะทยอยเล่าให้ฟังหลังจากที่เห็นผลชัดกว่านี้

ไม่ว่าจะเป็นเคสเกี่ยวกับการเงิน, สุขภาพ, ความก้าวหน้า, ความสัมพันธ์ และธุรกิจ

ถ้าตอนนี้รู้สึกติดขัดอะไร หรืออยากได้ไอเทมดีๆที่ถูกจริตกับตัวเองเอาไว้เสริมบารมี ขจัดหรือป้องกันสิ่งชั่วร้าย

ลองนัดคุยเพื่อทำ Session พิเศษกันได้ (ช่วง Covid นี่คุยทางโทรศัพท์ได้เลยนะ)

แต่มีข้อแม้ว่า…
อาจไม่ได้เพชรกลับไปเลย เพราะเครื่องประดับทุกชิ้นจะทำให้ใหม่ทั้งหมดเฉพาะตัวพิเศษจริงๆ อันนี้เข้าใจคุณหมอด้วยนะคะ

สิ่งนี้เป็นความเชื่อส่วนบุคคล และทำตามที่ครูบาอาจารย์แนะนำ ไม่เชื่อเรื่องพวกนี้หรือแค่อยากลองของไม่ต้องมา เพราะคุณหมอทำ Session ต่อวันได้จำกัดมากๆ (จนถึงตอนนี้ยังไม่เข้าใจเลยว่า ทำไมถึงหมดแรงทุกครั้งที่ทำทั้งๆที่คุยไม่นาน)

💎 ต้องการสอบถามรายละเอียด และทำนัดทำ Session พิเศษ

ใส่โค้ดลับ “อยากได้ Guardian Diamond” แล้วส่งเข้ามาที่ => https://bit.ly/BWitchingLineDM11

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *